• ขนาดตัวอักษร
  •  
  • ภาษาไทย
  • |
  • ENG
2015

กระทรวงพลังงานยันสำรองพลังงานเหลือแค่ 7 ปี

31.05

กระทรวงพลังงานยันสำรองพลังงานเหลือแค่ 7 ปี

วันที่ 02 เมษายน พ.ศ. 2558 กระทรวงพลังงานยันสำรองพลังงานเหลือแค่ 7 ปี ตามศักยภาพที่จะเจอปิโตรเลียม 90% ลั่นไม่ใช่ 20 ปีอย่างที่เข้าใจ จี้ต้องเร่งเปิดสัมปทานเพื่อสำรวจเพิ่มเติม 

นายทวารัฐ สูตะบุตร รองปลัดกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า กรณีมีการระบุว่าปริมาณสำรองปิโตรเลียมในประเทศไทยมีสำรองใช้ได้ถึง 20 ปีนั้น กระทรวงพลังงานขอชี้แจงว่าตัวเลขปริมาณสำรองที่กระทรวงพลังงานยืนยันคือปริมาณสำรองที่เหลืออยู่ในแหล่งปิโตรเลียมที่ถูกค้นพบแล้วและสามารถผลิตได้ด้วยด้วยแผนพัฒนาแหล่งปิโตรเลียมในปัจจุบันอย่างคุ้มค่าเชิงพาณิชย์ จะเหลืออีกเพียง 7 ปีเท่านั้น หากยังไม่มีการเปิดให้สัมปทานสำรวจปิโตรเลียมในประเทศ

นายทวารัฐกล่าวว่า ตัวเลขสำรองปิโตรเลียมที่ระบุว่าเหลือประมาณ 20 ปี เป็นเพียงการรวมตัวเลขแผนการลงทุนทางธุรกิจจากบริษัทน้ำมัน ซึ่งจะประเมินปริมาณสำรองปิโตรเลียมแบ่งออกเป็น 3 ระดับ คือ 1.ระดับความมั่นใจปริมาณสำรองที่พิสูจน์ได้แล้ว (พี1) ถือเป็นระดับที่มีความมั่นใจได้สูงถึง 90% และเป็นระดับที่ปริมาณสำรองเหลือเพียง 7 ปีดังกล่าว รวมกับ 2.ปริมาณสำรองที่คาดว่าจะพบ (พี2) มั่นใจ 50% และ 3.ปริมาณสำรองที่น่าจะพบ (พี3) มั่นใจ 10% ?ปริมาณสำรองปิโตรเลียม ระดับ พี2 และ พี3 จำเป็นต้องมีการลงทุนเพิ่ม เพื่อทำสำรวจและผลิตปิโตรเลียม เบื้องต้นคาดการณ์ว่าไทยยังมีปริมาณสำรองปิโตรเลียมได้อีก 13-14 ปี จากปริมาณสำรองที่ยังไม่ได้พิสูจน์ รวม พี2 และพี3 ด้วย ดังนั้น มีความจำเป็นที่ต้องมีการสำรวจเพิ่มเติม เพื่อจะยืนยันว่าประเทศไทยมีปริมาณสำรองปิโตรเลียมหรือไม่? นายทวารัฐกล่าว

นายทวารัฐกล่าวยืนยันว่า ตัวเลขปริมาณสำรองปิโตรเลียมของไทยเป็นไปตามมาตรฐานสากลที่หลายประเทศใช้ และตัวเลขสำรองได้ทยอยลดลงเรื่อยๆ ดังนั้น วิธีการสำรวจและผลิตเพื่อค้นหาปริมาณสำรองเพิ่มเติม จึงมีความสำคัญมาก เพราะหากต้องนำเข้าพลังงานโดยเฉพาะก๊าซธรรมชาติเหลว (แอลเอ็นจี) เพิ่มขึ้นจะส่งผลกระทบต่อต้นทุนค่าไฟฟ้าในอนาคต ล่าสุด ตัวเลขปริมาณสำรองก๊าซธรรมชาติที่พิสูจน์แล้ว ขณะนี้ประเทศไทยมีเหลือ 10 ล้านล้านลูกบาศก์ฟุต หรือ 0.1% ของปริมาณสำรองทั่วโลก ขณะที่ซาอุดิอาระเบียมีสำรอง 287.8 ล้านล้านลูกบาศก์ฟุต และปริมาณสำรองน้ำมันดิบของไทยมีเหลือเพียง 400 ล้านบาร์เรล

ผู้สื่อข่าวรางานว่า ก่อนหน้านี้กระทรวงพลังงานมีความพยายามจะเปิดสัมปทานปิโตรเลียมรอบที่ 21 เพื่อเปิดพื้นที่ประมูลให้บริษัทเอกชนเข้ามาสำรวจหาปิโตรเลียมได้ โดยได้รับการสนับสนุนจากคณะกรรมาธิการปฏิรูปพลังงานเสียงข้างมาก แต่สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) มีมติด้วยเสียงส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วย และให้กระทรวงพลังงานศึกษาระบบแบ่งปันผลผลิตที่เหมาะสมกว่าที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน เพราะเกิดการถกเถียงว่าการเปิดสัมปทานในรูปแบบเดิมอาจทำให้ประเทศเสียประโยชน์ ส่งผลให้จนถึงปัจจุบันยังไม่สามารถดำเนินการเปิดสัมปทานรอบใหม่ได้

http://www.matichon.co.th/daily/view_newsonline.php?newsid=1427942624&sectionid=01